ic_การลงทุน

กองทุนรวมตราสารหนี้ KKP PLUS โอกาสลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง

ลงทุนตราสารหนี้ที่มีความมั่นคงจากภาครัฐและเอกชนในไทยและต่างประเทศ

กองทุนเปิดเคเคพี ตราสารหนี้พลัส ชนิดทั่วไป : KKP PLUS

  • 23 Nov 2020
  • 44,960

KKP PLUS ทางเลือกการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงิน

KKP FIXED INCOME PLUS FUND หรือ KKP PLUS เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการพักเงิน กองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนคุณภาพ Credit Rating ตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป

ตราสารหนี้ KKP PLUS
ตราสารหนี้ KKP PLUS

กองทุนเปิดเคเคพี ตราสารหนี้พลัส ชนิดทั่วไป :
KKP PLUS - KKP FIXED INCOME PLUS FUND

KKP PLUS เป็นกองทุนความเสี่ยงต่ำที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะสั้นถึงปานกลาง โดยมีนโยบายการลงทุนที่สำคัญดังนี้

นโยบายกองทุน:
  • ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและบริษัทเอกชนที่มีความมั่นคงสูงทั้งในและต่างประเทศ
  • ตราสารหนี้บริษัทเอกชนจะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB+ (Investment Grade) ขึ้นไป
  • มุ่งรักษาอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตการลงทุน (Portfolio Duration) ไม่เกิน 1.5 ปี โดยการดำรงอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก

เน้นลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภทที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า เงินฝาก

ระดับความเสี่ยงกองทุน: ระดับ 4

มีการลงทุนในต่างประเทศ ไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

ข้อดีของการลงทุนใน KKP PLUS

  1. 1. โอกาสสร้างผลตอบแทนงอกเงยจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น
  2. เป็นกองทุนความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย
  3. สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ
  4. กระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภทและผู้ออกตราสาร
  5. บริหารจัดการกองทุนโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่อยากเริ่มซื้อกองทุนตราสารหนี้หรือผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน KKP PLUS พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ด้วยการบริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ

สนใจผลิตภัณฑ์ธนาคาร กรุณากรอกข้อมูล

ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลของข้าพเจ้า และข้าพเจ้ารับทราบและตกลงให้ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อติดต่อกลับมายังข้าพเจ้า ทั้งนี้ ข้าพเจ้าได้อ่านรายละเอียดและรับทราบประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ที่ปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร  www.kkpfg.com/dataprotection สอบถาม/ยกเลิกการติดต่อ ได้ที่ KKP CONTACT CENTER โทร. 02 165 5555

คำเตือน/ข้อแนะนำ

  • กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัทจัดการ ดังนั้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด จึงไม่มีภาระผูกพันในการชดเชยผลขาดทุนของกองทุนเปิดภัทร ตราสารหนี้พลัส ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของกองทุนเปิดภัทร ตราสารหนี้มั่นคง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด อาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นเพื่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด เช่นเดียวกันกับที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นเพื่อกองทุนรวม โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด จะจัดให้มีระบบงานที่ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ทีมบริการและการขายลูกค้าบุคคล โทร 0-2305-9855-56
  • ในกรณีที่ผู้ลงทุนต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ลงทุนสามารถขอหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด จำกัด หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน
  • ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน และเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถขอหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการได้ที่บริษัทจัดการหรือผู้ขายหน่วยลงทุน
  • ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผู้ขายหน่วยลงทุนเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และควรขอดูบัตรประจำตัวของบุคคลดังกล่าวที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกให้ด้วย
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนเปิดภัทร ตราสารหนี้พลัส เมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุนเปิดนี้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้
  • ในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติ ผู้ลงทุนอาจได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน
  • ในกรณีหากกองทุนเปิดภัทร ตราสารหนี้พลัส มีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด/หรือเกือบทั้งหมด
  • กรณีลงทุนในต่างประเทศ กองทุนนี้อาจมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับคืนเงินตามระยะเวลาที่กำหนด
  • กรณีลงทุนในต่างประเทศ กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศที่กองทุนไปลงทุน
  • ในกรณีที่กองทุนเปิดภัทร ตราสารหนี้พลัส ไม่สามารถดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามที่สำนักงานกำหนด ผู้ลงทุนอาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้
  • ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูข้อมูลที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน เช่น การทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือโดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. (https://www.sec.or.th)
  • บริษัทจัดการอนุญาตให้พนักงาน และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อตนเองและ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และประกาศต่างๆที่สมาคมบริษัทจัดการลงทุนกำหนด และจะต้องเปิดเผยการลงทุนดังกล่าวให้บริษัทจัดการทราบ เพื่อที่บริษัทจัดการจะสามารถกำกับ และดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงาน และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้
  • ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูแนวทางในการใช้สิทธิออกเสียงและดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่บริษัทจัดการ โดยวิธีที่บริษัทจัดการเปิดเผยไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน
  • บริษัทจัดการและ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทจัดการแต่งตั้ง อาจพิจารณาขอข้อมูลเอกสาร หลักฐาน เพิ่มเติมจากผู้สนใจสั่งซื้อหน่วยลงทุน หรือผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ลงทุนตามคำจำกัดความของกฎหมายหรือตามที่หน่วยงานที่มีอำนาจกำหนด ทั้งก่อน และหรือภายหลังการลงทุนในกองทุนไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทย และประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ หรือการตีความ หรือการสั่งการของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ บริษัทจัดการและ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนมีหน้าที่ต้องทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า (Know Your Client: KYC) และการพิสูจน์ทราบลูกค้า (Client Due Diligence: CDD) โดยผู้ลงทุน หรือผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับการรู้จักตัวตนของลูกค้า (KYC) และการพิสูจน์ทราบลูกค้า (CDD) ให้บริษัทจัดการและ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนทราบ โดยตามแนวทางปฏิบัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดังกล่าว บริษัทจัดการและ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายครอบคลุมทั้งการเปิดบัญชีเพื่อใช้บริการใหม่ การทำธุรกรรมของลูกค้าเดิม และการทบทวนข้อมูลลูกค้าให้เป็นปัจจุบันเป็นระยะๆ รวมทั้งการดำเนินการอื่นๆ ตามที่หน่วยงานผู้มีอำนาจกำหนดแนวทาง
  • กองทุนรวมอาจมีการกระจุกตัวของการถือหน่วยลงทุนจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่ถือหน่วยลงทุนเกิน 1 ใน 3 โดยผู้ถือหน่วยหรือผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ที่ https://am.kkpfg.com/
  • การพิจารณาร่างหนังสือชี้ชวนในการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนี้มิได้เป็นการแสดงว่าสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับรองถึงความถูกต้องของข้อมูลในหนังสือชี้ชวนของกองทุน หรือได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่เสนอขายนั้น
  •  

ทำความรู้จักกับตราสารหนี้และประเภทของตราสารหนี้

ตราสารหนี้คือตราสารทางการเงินที่แสดงความเป็นหนี้ระหว่างผู้ออกตราสาร (ลูกหนี้) และผู้ถือตราสาร (เจ้าหนี้) โดยผู้ออกตราสารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือตราสารตามเงื่อนไขที่กำหนด

ประเภทของตราสารหนี้ที่กองทุนรวมตราสารหนี้มักลงทุน ได้แก่

  1. พันธบัตรรัฐบาล : ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล มีความเสี่ยงต่ำที่สุด
  2. หุ้นกู้เอกชน : ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน มีความเสี่ยงสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
  3. ตั๋วเงินคลัง : ตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาล
  4. ตั๋วแลกเงิน : ตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยบริษัทเอกชน

เหตุผลที่ควรเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้

  1. ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้
    • กองทุนรวมตราสารหนี้มักให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ง่ายกว่าการลงทุนในหุ้น เนื่องจากรายได้หลักมาจากดอกเบี้ยที่ได้รับจากตราสารหนี้
  2. ความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น
    • โดยทั่วไป การลงทุนในตราสารหนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น เนื่องจากตราสารหนี้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการจ่ายคืนที่แน่นอน ทำให้มีความผันผวนน้อยกว่า
  3. สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ง่าย
    • กองทุนรวมตราสารหนี้ส่วนใหญ่เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มหรือถอนเงินลงทุนได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการบริหารเงิน
  4. การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
    • กองทุนรวมตราสารหนี้มีการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภทและมีผู้ออกหลายราย จึงช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้เพียงตัวเดียว ลดผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่ง

วิธีเลือกกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เหมาะสม

  1. ระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสม
    • ควรพิจารณาว่าคุณต้องการลงทุนในระยะเวลานานเท่าไร เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุเฉลี่ยตราสารไม่เกิน 1 ปี) ระยะกลาง (1-3 ปี) และระยะยาว (มากกว่า 3 ปี) โดยควรเลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ หากต้องการสภาพคล่องสูง ควรเลือกกองทุนระยะสั้น แต่หากต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาจพิจารณากองทุนระยะยาว
  2. ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
    • ต้องประเมินความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้เพราะกองทุนตราสารหนี้แต่ละประเภทมีระดับความเสี่ยงต่างกัน เช่น กองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะมีความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้เอกชน หรือกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม
  3. ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน
    • แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันผลตอบแทนในอนาคต แต่ก็สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ ควรพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังอย่างน้อย 3-5 ปี และเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน เพื่อดูว่ากองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหรือแย่กว่าตลาดโดยรวม
  4. ค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
    • ค่าธรรมเนียมมีผลต่อผลตอบแทนสุทธิที่คุณจะได้รับ ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุนต่าง ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนคล้ายกัน โดยทั่วไป กองทุนตราสารหนี้มักมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทุนหุ้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างระหว่างกองทุนแต่ละกอง
  5. นโยบายการลงทุนของกองทุน
    • ก่อนซื้อกองทุนตราสารหนี้ควรศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุนให้เข้าใจ ว่ากองทุนลงทุนในตราสารหนี้มีประเภทใดบ้าง เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือตราสารหนี้ต่างประเทศ รวมถึงสัดส่วนการลงทุนในแต่ละประเภท นอกจากนี้ ควรพิจารณาว่ากองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ หากมีการลงทุนในต่างประเทศ
  6. ความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดการ
    • ควรเลือกซื้อกองทุนตราสารหนี้จากบริษัทจัดการที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนตราสารหนี้ ควรพิจารณาประวัติการดำเนินงาน ความมั่นคงทางการเงิน และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจัดการด้วย
  7. การจ่ายเงินปันผล
    • หากคุณต้องการรายได้สม่ำเสมอจากการลงทุน อาจพิจารณากองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่หากต้องการให้ผลตอบแทนทบต้นเพื่อการเติบโตในระยะยาว อาจเลือกกองทุนที่ไม่จ่ายเงินปันผล
  8. ความสอดคล้องกับพอร์ตการลงทุนโดยรวม
    • พิจารณาว่ากองทุนตราสารหนี้ที่จะเลือกนั้นเหมาะสมและสอดคล้องกับพอร์ตการลงทุนโดยรวมของคุณหรือไม่ โดยคำนึงถึงการกระจายความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินระยะยาว

สนใจลงทุนตราสารหนี้คุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนงอกเงย การซื้อกองทุนตราสารหนี้ KKP PLUS อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังค้นหา

# Tags
    Related Article