2. ic_e-Banking

dStatement

บริการเรียกขอและรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างธนาคาร

dStatement
  • 23 ม.ค. 2565
  • 1,283
D-Statement_1620x540px
D-Statement628x443px

dStatement ดีอย่างไรกับชีวิตคุณ
บริการทางเลือกใหม่ในการรับส่งข้อมูล รายการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) ในรูปแบบดิจิทัลระหว่างสถาบันการเงิน แทนการส่งข้อมูลในรูปแบบกระดาษด้วยตัวลูกค้าในรูปแบบเดิม

D-Statement?_Icon02

สะดวกกว่า

เมื่อต้องการใช้ Bank Statement
ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ขอสินเชื่อ

D-Statement?_Icon01

เร็วกว่า

ประหยัดเวลารวบรวมเอกสาร
ประกอบการทำธุรกรรม 

D-Statement?_Icon03

ปลอดภัยกว่า

จากการปลอมแปลงเอกสาร
หรือเอกสารสูญหาย 

D-Statement?_Icon04

ถูกกว่า

เมื่อเทียบค่าธรรมเนียม
การขอ Bank Statement แบบเดิม

เงื่อนไขการให้บริการ dStatement

รายละเอียดการใช้บริการ dStatement

ลูกค้าต้องการร้องขอ Statement จากธนาคารอื่น 
เพื่อทำธุรกรรมกับ ธ.เกียรตินาคินภัทร
ลูกค้าขอใช้ Statement จาก ธ.เกียรตินาคินภัทรเพื่อทำธุรกรรมกับธนาคารอื่น
ช่องทางการให้บริการ ผ่านเจ้าหน้าที่ธนาคาร ลูกค้าทำด้วยตนเอง ผ่าน KKP MOBILE
ประเภทบัญชีเงินฝาก
  • สำหรับบุคคลธรรมดา และเป็นบัญชีเดี่ยว เท่านั้น 
  • ประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันเท่านั้น
  • สถานะบัญชี Active เท่านั้น
ช่วงเวลาการให้บริการ 06:00-22:00 น. 24 ชั่วโมง 
ค่าธรรมเนียมการใช้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมการให้บริการ KKP 1 บาทต่อบัญชี
ระยะเวลาของข้อมูล ย้อนหลังสูงสุด 180 วัน ย้อนหลังสูงสุด 180 วัน
จำนวนธนาคารที่ร้องขอได้ สูงสุด 3 ธนาคารต่อ 1 การร้องขอ  -
จำนวนบัญชีที่ส่งได้  - สูงสุด 5 บัญชีต่อ 1 การร้องขอ
ระยะเวลาของการทำรายการ 60 นาที นับตั้งแต่ระยะเวลาทำการร้องขอ ระยะเวลา 60 นาที นับตั้งแต่ระยะเวลาทำการเรียกใช้
ช่องทางการขอคืนเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมการให้บริการ ติดต่อ Contact Center 02 165 5555 (ภายใน7 วันทำการ) สำหรับกรณีที่ตัดเงินสำเร็จ แต่ส่งข้อมูลไม่สำเร็จเท่านั้น
เงื่อนไขอื่นๆ
  • ลูกค้ายืนยันตัวตนผ่านแอป KKP MOBILE เท่านั้น
  • ลูกค้าต้องมี Mobile application ของธนาคารที่ต้องการส่ง Statement
ลูกค้ามีแอป KKP MOBILE
วันที่เริ่มให้บริการของธนาคารเกียรตินาคินภัทร 24 มกราคม 2565
หมายเหตุ ลูกค้าไม่สามารถขอ Statement คืนได้ ทุกกรณี

เชื่อมั่นในความปลอดภัยของการให้บริการ dStatement

  • บริการ dStatement เป็นบริการที่ส่งข้อมูลและยืนยันตัวตนดิจิทัลโดยใช้แพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนระหว่างธนาคาร เพื่อสมัครใช้บริการทางการเงินต่างๆ เช่น การเปิดบัญชีเงินฝาก และการขอสินเชื่อ
  • ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลนี้ ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากลสำหรับการรับส่งข้อมูล ด้วยการเข้ารหัส และข้อมูลจะส่งระหว่างธนาคารผู้ส่งกับธนาคารผู้รับโดยตรง ไม่ผ่านแพลตฟอร์ม NDID ดังนั้นแพลตฟอร์มจะไม่เก็บข้อมูลลูกค้า
  • นอกจากนี้การรับส่งข้อมูล dStatement จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าเป็นผู้เรียกขอให้ส่งและมีการยืนยันตัวตนลูกค้าแล้วเท่านั้น ซึ่งข้อมูล dStatement จะถูกนำไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยข้อมูลของผู้ใช้บริการจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

FAQ

Q: dStatement แตกต่างจาก e-Statement ที่ธนาคารให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบันอย่างไร

  • e-Statement หรือ electronic Bank Statement คือเอกสารรายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารในแต่ละเดือนในรูปแบบไฟล์ PDF ที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งลูกค้าสามารถขอได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารเพื่อให้ระบบส่งข้อมูลไปที่ email ของตน หากจะนำไปใช้งานลูกค้าต้องดาวน์โหลด e-Statement และพิมพ์ออกมาในรูปแบบกระดาษเพื่อนำไปยื่นสมัครขอสินเชื่อต่างๆต่อไป
  • ส่วน dStatement คือข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารที่เหมาะสำหรับนำไปประมวลผลต่อมากกว่าการแสดงผลให้ลูกค้าดู
  • e-Statement และ dStatement คล้ายกันตรงที่มีข้อมูลรายการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากของผู้ใช้งาน แต่วิธีการรับส่งข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่ 3 จะต่างกัน กล่าวคือ บริการ dStatement จะทำการส่งข้อมูลจากสถาบันการเงินหนึ่งไปยังสถาบันการเงินปลายทางโดยตรง หลังจากที่ได้รับคำสั่งหรือคำยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล และการยืนยันตัวตนจากผู้ใช้งานในขณะที่ บริการ e-Statement จะทำการส่งข้อมูลไปยัง email ของผู้ใช้งาน เพื่อนำไปยื่นสมัครขอสินเชื่อต่าง ๆ ด้วยตนเองกับสถาบันการเงินต่อไป นอกจากนี้ข้อมูลรายการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากที่อยู่ใน dStatement ยังสามารถนำไปประมวลผลแบบอัตโนมัติได้ง่ายกว่า ส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อสามารถทำได้เร็วยิ่งขึ้น

Q: dStatement จะทดแทน Bank Statement ในรูปแบบกระดาษเลยหรือไม่

  • ไม่ใช่ เนื่องจาก dStatement เป็นช่องทางเพิ่มเติมของแต่ละ ธนาคารในการให้บริการข้อมูล bank statement แก่ลูกค้า ซึ่งเน้นการนำไปใช้งานผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ดังนั้นธนาคารจะยังมีบริการ dStatement และบริการ bank statement ทั้งในรูปแบบกระดาษและ e-statement ควบคู่กันต่อไป

Q: เมื่อมีบริการ dStatement แล้วจะยังสามารถขอ e-Statement แบบเดิมหรือbank statement แบบกระดาษแบบเดิมได้หรือไม่

  • ยังคงสามารถใช้บริการได้เช่นเดิม

Q: จะเริ่มใช้บริการ dStatement ได้เมื่อไร

  • ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป
  • ธนาคารที่สามารถส่งข้อมูล bank statement ผ่านบริการ dStatement ให้แก่ธนาคารอื่นได้ ได้แก่
    • ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารที่สามารถเรียกขอ bank statement ผ่านบริการ dStatement จากธนาคารอื่นได้ ได้แก่
    • ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

Q: มีธนาคารที่เริ่มให้บริการกี่ราย ธนาคารใดบ้างครอบคลุมบัญชีเงินฝากเป็นสัดส่วนเท่าใด และจะมีธนาคารเพิ่มเติมอีกในอนาคตหรือไม่

  • ธนาคารที่เริ่มให้บริการในระยะแรกมี 10 แห่ง ซึ่งครอบคลุมกว่าร้อยละ 98 ของบัญชีเงินฝากทั้งหมดของประชาชน ได้แก่
    • ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    • ธนาคารออมสิน
  • โดยจะทยอยเปิดให้บริการ และจะครบทั้ง 10 ธนาคารภายในไตรมาส 2/2565 นอกจากนี้มีแผนที่จะขยายเพิ่มเติมไปสู่ธนาคารอื่น ๆ ต่อไป

Q: มีค่าธรรมเนียมหรือไม่

  • ค่าธรรมเนียมการส่งข้อมูล กำหนดโดยธนาคารที่ส่ง dStatement ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 75 บาท ต่อครั้งต่อ 1 บัญชี ผู้ใช้บริการสามารถศึกษาค่าธรรมเนียมได้จาก Website ของแต่ละธนาคารหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากธนาคารที่เลือกใช้บริการ 
  • ทั้งนี้ ธนาคารที่รับข้อมูลจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม dStatement กับลูกค้า

Q: ใครสามารถใช้บริการ dStatement ได้บ้าง

  • บุคคลธรรมดา ที่
    • มีบัญชีเงินฝากประเภท บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือ บัญชีกระแสรายวัน อยู่กับธนาคารขาส่ง ทั้งนี้ สำหรับบัญชีประเภทอื่นจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่
    • มี Mobile Banking App ของธนาคารขาส่งที่มีบัญชีเงินฝากอยู่

Q: ทำไมต้องมี Mobile Banking Application ของธนาคารที่มีบัญชีเงินฝากอยู่ถึงจะขอ dStatement ได้

  • เพื่อใช้ยืนยันตัวตนด้วย Mobile Banking Application เนื่องจากในการดำเนินการส่ง dStatement ให้ตามคำขอของลูกค้าในแต่ละครั้ง ธนาคารที่มีบัญชีเงินฝากอยู่ ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้ที่ทำรายการเป็นเจ้าของบัญชีจริง ซึ่งวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วในการยืนยันตัวตนลูกค้าคือการให้ลูกค้ายืนยันการทำรายการ dStatement ผ่าน Mobile Banking Application

Q: นิติบุคคลสามารถใช้บริการ dStatement ได้หรือไม่

  • ยังไม่สามารถใช้ได้ สำหรับลูกค้านิติบุคคล กลุ่มธนาคารผู้ให้บริการ dStatement อยู่ระหว่างพัฒนาระบบให้รองรับในระยะต่อไป

Q: อยากใช้บริการ dStatement ต้องทำอย่างไร สามารถใช้บริการผ่านช่องทางใดได้บ้าง

  • ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการ dStatement ได้ด้วยการเรียกขอ bank statement ผ่านบริการ dStatement ได้ผ่านช่องทาง Mobile Banking Application หรือผ่านช่องทางสาขา หรือจุดให้บริการนอกสถานที่ของธนาคารจุดให้บริการเพื่อใช้สำหรับธุรกรรมการขอสินเชื่อ โดยในระยะต่อไป จะมีการขยายช่องทางและรูปแบบการให้บริการมากขึ้นและประเภทธุรกรรมที่ให้บริการต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ จะขึ้นกับการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการของแต่ละธนาคาร

Q: สามารถใช้บริการเรียกขอ dStatement ผ่านสาขาหรือตู้ ATM ได้หรือไม่

  • สามารถใช้บริการเรียกขอ dStatement ผ่านช่องทางสาขาได้ในบางธนาคาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการให้บริการของธนาคารขารับที่ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อ และยังไม่มีการให้บริการเรียกขอ dStatement ผ่านตู้ ATM

Q: ขอข้อมูล bank statement ย้อนหลังได้นานเท่าไร (กี่วัน กี่เดือน)

  • ผู้ใช้บริการสามารถขอข้อมูลย้อนหลังได้นาน 180 วัน ทั้งนี้อาจมีบางธนาคารที่สามารถขอข้อมูลย้อนหลังได้นานกว่า สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากธนาคารที่เลือกใช้บริการ

Q: หลังให้ความยินยอมส่งข้อมูล Bank Statement ในขั้นตอนสมัครขอสินเชื่อแล้วจำเป็นต้องดำเนินการอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่

  • ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องอนุมัติยืนยันการส่งข้อมูล dStatement ผ่าน Mobile Banking Application ของธนาคารที่ท่านมีบัญชีอยู่ และชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการ dStatement ธนาคารจึงจะสามารถส่งข้อมูล dStatement ไปให้ธนาคารปลายทางที่ร้องขอข้อมูลได้

Q: สามารถขอ bank statement ผ่านบริการ dStatement มากกว่า 1 บัญชีต่อการทำรายการ 1 ครั้งได้หรือไม่

  • สามารถทำได้ โดยลูกค้าสามารถขอได้สูงสุดพร้อมกันได้ถึง 3 ธนาคาร และขอได้สูงสุดถึง 5 บัญชีต่อธนาคาร ต่อการสมัครขอสินเชื่อ 1 ครั้ง

Q: หากต้องการขอ bank statement หรือสำเนามาเป็น File หรือเป็นกระดาษมาเก็บไว้ที่ตนเอง เพื่อดูเองหรือเพื่อส่งต่อให้ผู้อื่นในอนาคต สามารถทำได้หรือไม่

  • ไม่สามารถขอรับ File หรือสำเนา dStatement ได้ เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลระหว่างธนาคารโดยตรง ในกรณีที่ต้องการรับข้อมูลที่เป็น File หรือกระดาษ ลูกค้ายังคงสามารถขอได้ผ่านบริการ e-Statement หรือการขอ Bank Statement ในรูปแบบกระดาษผ่านบริการแบบเดิมได้

Q: มีการจำกัดจำนวนครั้งในการใช้บริการ dStatement หรือไม่

  • ไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งในการใช้บริการ

Q: ทุกครั้งมีการส่ง bank statement ผ่านบริการ dStatement จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบหรือไม่

  • ทุกครั้งที่มีการร้องขอ dStatement มายังบัญชีของลูกค้า จะมี Notification แจ้งเตือนมายังลูกค้าที่เป็นเจ้าของบัญชีซึ่งต้องดำเนินการยืนยันอนุมัติและชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการส่ง dStatement ด้วยตนเองก่อนจึงจะสามารถส่งข้อมูลออกไปได้

Q: หากช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวเลย จะสามารถขอ dStatement ได้หรือไม่

  • ลูกค้าสามารถขอได้ แม้จะไม่มีรายการเคลื่อนไหวของบัญชีแต่ใน dStatement จะมีข้อมูลอื่นที่สำคัญของบัญชีดังกล่าวอยู่ เช่น ยอดเงินคงเหลือ สถานะของบัญชี เป็นต้น

Q: dStatement สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

  • ในระยะเริ่มต้นลูกค้าจะสามารถใช้บริการ dStatement สำหรับธุรกรรมการขอสินเชื่อผ่าน Mobile Banking Application และผ่านสาขาของธนาคาร อย่างไรก็ดี ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณานำ dStatement ไปใช้สำหรับธุรกรรมอื่น ๆ ในอนาคตต่อไป

Q: สามารถใช้ได้กับบัญชีเงินฝากทุกประเภทหรือไม่

  • ยังรองรับไม่ครบทุกประเภท โดยในระยะเริ่มต้นบริการ dStatement จะรองรับบัญชีเงินฝากประเภท บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน ยกเว้นบัญชีร่วมและบัญชีผู้เยาว์ ทั้งนี้ สำหรับบัญชีประเภทอื่นนอกเหนือจากนี้จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่

Q: สามารถขอ dStatement จากบัญชีประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินฝากได้หรือไม่ เช่น สินเชื่อ บัตรเครดิต

  • ยังไม่รองรับปัจจุบัน

Q: ข้อมูล bank statement ที่ได้รับจากบริการ dStatement มีความน่าเชื่อถือเพียงใด

  • ข้อมูล dStatement มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ เนื่องจาก เป็นข้อมูลที่มาจากธนาคารเจ้าของบัญชีโดยตรง ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการปลอมแปลงเอกสาร นอกจากนี้ ธนาคารยังมีกลไกการเข้ารหัสในการรับส่งข้อมูลระหว่างธนาคารอย่างรัดกุมและรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

Q: ถ้าส่งคำสั่งให้ส่งข้อมูล bank statement และชำระค่าธรรมเนียมแล้ว แต่ไม่ได้รับข้อมูล (เกิด error) ต้องทำอย่างไร/ติดต่อใคร/จะได้เงินคืนหรือไม่

  • ให้ลูกค้าติดต่อไปยังธนาคารที่ท่านสมัครขอสินเชื่อหรือธนาคารที่เป็นผู้ส่งข้อมูล dStatement เพื่อให้ธนาคารดังกล่าวประสานติดตามหาสาเหตุของปัญหา ทั้งนี้ หากพบว่าธนาคารที่ท่านมีบัญชีเงินฝากอยู่ไม่สามารถดำเนินการนำส่ง dStatement ให้ได้สำเร็จ ลูกค้าจะได้รับการคืนเงินค่าธรรมเนียมการขอ dStatement เต็มจำนวน

Q: บริการ dStatement ปลอดภัยหรือไม่ ธนาคารดูแลข้อมูลลูกค้าอย่างไร

  • บริการ dStatement เป็นบริการที่พัฒนาต่อยอดจากระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) ที่ใช้สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนระหว่างธนาคาร เพื่อสมัครใช้บริการทางการเงินต่าง ๆ ซึ่งธนาคารมีให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น การเปิดบัญชีเงินฝาก และการขอสินเชื่อ
  • ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัลนี้ มีความปลอดภัยสูงตาม มาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท National Digital ID ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกลางของ ประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ จึงสามารถมั่นใจได้ว่าบริการ dStatement นี้มีมาตรฐานความปลอดภัยไม่น้อยกว่าการเปิด บัญชีเงินฝากหรือขอสินเชื่อในปัจจุบัน
  • นอกจากนี้ การรับส่งข้อมูลผ่านบริการ dStatement จะ ดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม (consent) จาก ผู้ใช้บริการที่ยืนยันตัวตนแล้ว โดยข้อมูลจะถูกนำไปใช้งานตาม วัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น จึงสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลของ ผู้ใช้บริการจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Q: ธนาคารที่ได้รับข้อมูล dStatement จะนำไปส่งต่อให้บุคคลอื่น หรือนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หรือไม่

  • ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากธนาคารต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดให้แต่ละธนาคารต้องใช้ข้อมูลของลูกค้า เท่าที่อยู่ในวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงระหว่างธนาคารที่จะไม่ขอความยินยอมจากลูกค้าในลักษณะที่จะเปิดโอกาสใหเธนาคารนำข้อมูลของลูกค้าไปส่งต่อให้ผู้อื่น

Q: ธนาคารที่ได้รับข้อมูล dStatement จะจัดเก็บข้อมูลเอาไว้นานเพียงใด

  • เป็นไปตามนโยบายจัดเก็บเอกสารพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร (ธนาคารฯ เก็บในระบบนาน 6 เดือน)

Q: กรณีส่ง bank statement ผ่านบริการ dStatement โดยสำเร็จไปโดยไม่ตั้งใจ และชำระเงินไปแล้ว จะสามารถขอเงินคืนได้หรือไม่

  • ไม่สามารถขอเงินคืนได้

Q: Regulatory Sandbox คืออะไร

  • Regulatory Sandbox คือ แนวทางการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน โดยเปิดให้ผู้ให้บริการทางการเงินทดสอบการให้บริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ในวงจำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงิน ขณะที่มีแนวทางในการดูแลความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ใช้บริการที่เหมาะสม
  • ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าระบบมีความ น่าเชื่อถือและให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถติดตามดูแลความ เสี่ยงของบริการ dStatement ได้อย่างใกล้ชิด บริการ dStatement จึงเป็นบริการที่อยู่ภายใต้การทดสอบใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย
# อื่นๆ ที่น่าสนใจ
โปรโมชั่น
บทความที่เกี่ยวข้อง